แฟร้งค์ แลมพาร์ด

7 เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด

Posted by

ันนี้ ผลบอลทั่วโลก.com ขอเสนอ “7” เรื่องราว ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตำนานนักเตะสิงโตน้ำเงินคราม

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ขื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเขาแน่นอน เขาคืออดีตจอมทัพทีมชาติอังกฤษของสโมสรเชลซี แล้วก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการคนใหม่ของเชลซีเมื่อไม่นานมานี้ และอดีตมิดฟิลด์ชื่อดังของถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ได้เซ็นสัญญาเป็นผู้จัดการทีมให้กับเชลซีไปอีกสามปีข้างหน้าเลยทีเดียว และเขาก็เป็นความคาดหวังของของใครหลายๆคนที่เป็นแฟนบอลของสโมสรดังแห่งลอนดอนฝั่งตะวันตกมากด้วย

ความหวังของพวกเขาจะต้องสูงมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน เนื่องจากสิงห์บลูส์กำลังมองหาหนทางที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ฤดูกาล 2016-17 และแลมพาร์ดจะเป็นผู้นำของเชลซีตั้งแต่ในช่วงฤดูกาล 2019-20 โดยเป้าหมายของพวกเขาก็คือการคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก โดยไม่ว่าใครต่างก็รู้ดีว่าการคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกเมื่อปีที่แล้วนั้น ยังไงมันก็ไม่เทียบเท่ากับการคว้าถ้วยหูโตของทวีปแน่นอน และสภาพของทีมที่ห้ามซื้อนักเตะเพิ่มเป็นเวลา 1 ปีเต็ม มันก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากของแลมพาร์ดเช่นกัน

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ 7 ประการวันนี้เกี่ยวกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มันจะทำให้คุณประทับใจในสิ่งที่แลมพาร์ดเคยทำมาอย่างแน่นอน

1. แลมพาร์ดในสมัยเป็นดาวรุ่ง ได้เซ็นสัญญากับเชลซีในเดือนมิถุนายน 2001 ด้วยราคา 11 ล้านปอนด์ โดยเขาย้ายมาจากทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ดที่อยู่ในกรุงลอนดอนเหมือนกัน มันทำให้เขาเป็นผู้เล่นสิงห์บลูส์ราคาแพงอันดับสองของสโมสร และเป็นสโมสรที่ใช้จ่ายมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกสำหรับการคว้าตัวกองกลางมาร่วมทัพในเวลานั้น

2. นักเตะระดับตำนานรายนี้ ปัจจุบันมีอายุ 41 ปีแล้ว และเขาเล่นไปมากถึง 648 นัดให้กับสโมสรโดยเริ่มต้นเป็นตัวจริงมากถึง 593 นัด และมีเพียง รอน ฮาร์ริส,ปีเตอร์ โบเนตติ และ จอห์น เทอร์รี่ แค่ 3 คนเท่านั้นที่ลงเล่นมากกว่าเขาในนามสโมสรเชลซี

3. แฟร้งค์ แลมพาร์ด แม้จะเป็นนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ แต่เขากลายเป็นผู้ทำประตูชั้นนำของเชลซี และด้วยสถิติการยิงสังหารถึง 211 ประตู มันทำให้ชื่อของเขาทำลายสถิติการยิง 203 ประตูของ บ็อบบี้ แทมโบลิ่ง นอกจากนี้เขายังเคยได้แฮททริกได้ถึง 5 ครั้งจากการเป็นมิดฟิลด์อีกด้วย มันจึงส่งผลให้แลมพาร์ดกลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูให้กับเชลซีได้มากที่สุดตลอดกาล

4. เขาเป็นผู้ทำประตูได้สูงสุดในศึกเอฟเอคัพ สำหรับสโมสรเชลซีตลอดกาล ด้วยการยิงไป 26 ประตูและผู้ทำประตูสูงสุดอันดับสองของฟุตบอลถ้วยยุโรป โดยยิงไป 25 ประตู ตามหลังตัวเพื่อนร่วมทีมอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่ทำประตูได้ 34 ลูก รวมถึงเป็นผู้ทำประตูสูงสุดอันดับสองในฟุตบอลถ้วยลีกคัพ (คาราบาว คัพ ในปัจจุบัน) ที่จำนวน 12 ประตู ตามหลัง เคอร์รี่ ดิ๊กซอน ที่ยิงไป 25 ประตูด้วยกัน และที่น่าสนใจในถ้วยเอฟเอคัพก็คือ ในนัดชิงชนะเลิศปี 2007 ที่เจอกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แลมพาร์ดเป็นคนจ่ายบอลสุดสวยให้กับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ศูนย์หน้าเพื่อนร่วมทีม ได้หลุดเข้าไปยิงประตูชัยให้กับทีมได้สำเร็จ แถมในนัดชิงชนะเลิศปี 2010 แลมพาร์ดเองก็ยังสามารถยิงประตูให้กับทีม จากจังหวะการซัดตูมด้วยเท้าซ้ายข้างไม่ถนัดจากนอกเขตโทษ ช่วยให้ทีมของเขาเอาชนะเอฟเวอร์ตันในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จด้วยเช่นกัน

5. อดีตจอมทัพทีมชาติอังกฤษรายนี้ ได้แชมป์มากถึง 13 รายการในสีเสื้อน้ำเงินของเชลซีรวมถึง – การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึงสามสมัย , คว้าแชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย, สองถ้วยแชมป์ลีกคัพ, คอมมูนิติชี้ชิลด์อีก 2 ครั้ง, หนึ่งถ้วยแชมเปียนส์ลีกและหนึ่งถ้วยยูโรปาลีก เรียกว่าแชมป์รายการสำคัญๆในระดับสโมสรนั้น แลมพาร์ด คว้ามาได้เกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะกับช่วงปี 2004-2006 นั้นมันคือช่วงเวลาสุดพีคของเขาเลยทีเดียว เขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดในช่วงเวลาที่ โฮเซ มูรินโญ เข้ามาทำทีม และได้ทำให้เขากลายเป็นกองกลางระดับโลกอีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น เขายังติดท๊อปชาร์ตผู้เล่นที่ได้รางวัลบัลลงดอร์อีกด้วย แต่เขาแพ้แค่ โรนัลดินโญเท่านั้นในปี 2005

6. นอกจากการเป็นจอมทัพในสนามแล้ว เขายังเคยคาดปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเชลซีมากถึง 83 นัด รวมถึงการทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมในนัดชิงชนะเลิศถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2012 ที่เจอกับทีมบาเยิร์น มิวนิค เมื่อตัวของ จอห์น เทอร์รี่ ถูกแบนจากการแข่งขันเพราะสมใบเหลืองครบโควต้า และแน่นอนว่าเขาเองก็เป็นคนทีได้เฮและชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกขึ้นสู่ท้องฟ้า หลังจากที่รอการได้ถ้วยรายการนี้มานานถึง 4 ปี 

7. แลมพาร์ด ได้ลงเล่นนัดที่ 100 ของเขาในสีเสื้อเชลซี คือนัดที่พวกเขาต้องเจอกับอดีตสโมสรที่แลมพาร์ดเคยสังกัดมาก่อน นั่นก็คือทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และในการแข่งขันนัดที่ 200 ตัวของเขาได้เจอกับบาร์เซโลนาในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก, และในการแข่งขันนัดที่ 300 เขาได้เจอกับวีคอมบ์ในลีกคัพ นัดที่ 400 เขาได้เจอกับสโต๊ค ซิตี้ , นัดที่ 500 ได้ดวลแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และนัดที่ 600 เขาได้เจอกับสโมสรฟูแล่ม